เมื่อดนตรีเป็นมากกว่าเสียง
1 สิงหาคม 2568
Music as Social Innovation: Hub Session
การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าดนตรีไปไกลกว่าบทบาทของเสียงหรือการแสดง เพราะดนตรีคือกระบวนการที่พาให้มนุษย์กลับมารู้สึก นึกคิด ฟัง และมองเห็นกันใหม่ สุนทรียะจึงไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่เกิดจากเสียงที่สะเทือนทั้งร่างกายและหัวใจ ก่อนพาเรากลับมาทำความเข้าใจตัวเอง ศิลปินจึงต้องมีมากกว่าทักษะ ต้องรู้ว่าตนอยากสื่อสารอะไร และกำลังสนทนากับใคร
เมื่อการฟังลึกพอ ย่อมนำไปสู่พื้นที่ของการอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่งานที่ผู้คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและทางการเห็นสร้างขึ้นผ่านแรงสั่นสะเทือน ไปจนถึงครูที่ทำให้เด็กเปลี่ยนมุมมองต่อความสามารถของผู้พิการ หรือเยาวชนในหลายพื้นที่ที่นำดนตรีไปทำงานกับชุมชนของตน
ขณะเดียวกัน ดนตรีไม่ใช่สิ่งดีงามโดยอัตโนมัติ เพราะเสียงเดียวกันอาจสร้างทั้งมิตรภาพและความเกลียดชัง คำถามจึงอยู่ที่ว่าใครใช้ดนตรี ใช้อย่างไร และเพื่อสร้างมนุษย์แบบใด ตั้งแต่ครูที่เปิดให้เด็กทุกคนเข้าถึงดนตรีโดยไม่ต้องเล่นถูกทุกโน้ต ไปจนถึงเสียงกลองในชุมชนหลังโควิดที่เรียกผู้คนกลับมาพบกันอีกครั้ง
ดนตรีจึงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปของสังคม แต่อาจเป็นนวัตกรรมทางสังคมได้ เมื่อดนตรีเปิดพื้นที่ให้เกิดการฟัง การมีส่วนร่วม และการเรียนรู้ร่วมกัน ชวนให้เราฟังดนตรีในฐานะความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ฟังเสียง แต่ฟังผู้คนและความหมายที่อยู่เบื้องหลังเสียงนั้นด้วย
Link to Video
When Music Is More Than Sound
Music as Social Innovation: Hub Session
1 August 2025 | Princess Galyani Vadhana Institute of Music
This session reflected on how music reaches beyond its role as sound or performance. Music is a process — one that brings people back to feeling, thinking, listening, and seeing one another differently. Aesthetics, understood this way, is not entertainment. It arises when sound moves through the body and the heart together, and returns us to an understanding of ourselves. An artist, then, needs more than technique. They need to know what they wish to communicate, and with whom they are in conversation.
When listening goes deep enough, it opens space for living together. This was visible across the work shared in the session: people with hearing and visual impairments creating through vibration; teachers who changed children's understanding of what disabled people are capable of; young people in communities across different regions bringing music into the life of the places they belong to.
At the same time, music is not automatically a force for good. The same sound can build friendship or fuel hatred. The question is always who uses music, how they use it, and toward what kind of person it is trying to form. Examples stretched from teachers who open music to every child — without demanding that every note be correct — to the sound of community drumming after the pandemic, calling people back to one another.
Music, then, is not a ready-made answer to society's problems. But it can be social innovation — when it creates genuine space for listening, participation, and learning together. This session offered an invitation: to hear music not simply as sound, but as relationship. To listen not only to what is played, but to the people and the meaning that live behind it.
ผู้เข้าร่วม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภพร สุวรรณภักดี (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
อาจารย์ ดร.สุทธิศานติ์ ชุ่มวิจารณ์ (นักวิจัยอิสระ)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ ( มหาวิทยาลัยศิลปากร)
อาจารย์ ดร.ตวันรัตน์ มีวงศ์อุโฆษ (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
รองศาสตราจารย์ ดร. กาญจน์นภา พงศ์พนรัตน์ เชี่ยวชาญ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
อาจารย์ ดร.พงษ์เทพ จิตดวงเปรม (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดนีญา อุทัยสุข (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
อาจารย์ ดร.อภิญญ์พร ชัยวานิชศิริ (สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชิตชยางค์ ยมาภัย (สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พธู คูศรีพิทักษ์ (สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล)
อาจารย์รัศมี เผ่าเหลืองทอง (นักเขียนบท นักแปล และผู้กำกับ ละครเวที)
อาจารย์สรรชัย หนองตรุด (รองผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ)


