
อาจารย์อานันท์ นาคคง
มหาวิทยาลัยศิลปากร
อาจารย์
ศิลปินศิลปาธร ดนตรีชาติพันธุ์
อาจารย์อานันท์ นาคคง ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี พ.ศ. 2562 นักมานุษยวิทยาดนตรี ครูดนตรี และศิลปินเพลงละครเวที ผู้ทำงานด้านดนตรีและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ มีความสนใจศึกษาดนตรีในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์ โดยเฉพาะดนตรีชาติพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติ ผลงานสะท้อนแนวคิดข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรม ครอบคลุมตั้งแต่งานอนุรักษ์ งานสร้างสรรค์ร่วมสมัย ไปจนถึงดนตรีทดลองและศิลปะเสียงในหลากหลายรูปแบบ
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาดุริยางคศิลป์ไทย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านมานุษยดุริยางควิทยา (Ethnomusicology) จาก School of Oriental and African Studies (SOAS), University of London ประเทศอังกฤษ เส้นทางวิชาการครอบคลุมการทำหน้าที่อาจารย์ประจำภาควิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรควบคู่กับงานวิชาการ อาจารย์อานันท์ นาคคง มีบทบาทโดดเด่นในงานดนตรีเพื่อสังคม ทั้งดนตรีไทยประเพณี ดนตรีร่วมสมัย ดนตรีทดลอง งานบันทึกเสียง งานเพลงประกอบภาพยนตร์และละครเวที ตลอดจนงานศิลปะจัดวางเสียง (Sound Installation) และการสื่อสารองค์ความรู้ผ่านงานเขียน รายการวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อดิจิทัล เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งวงดนตรี “กอไผ่” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะต้นแบบของวงดนตรีไทยร่วมสมัย และมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง รวมถึงผลงานภาพยนตร์และละครเวทีอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกวงดนตรีฟองน้ำ และร่วมคณะละครภัทราวดีเธียร์เตอร์
โดยเป็นผู้ที่มีบทบาทในระดับนานาชาติ ทั้งการแสดง การทำงานภาคสนาม และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการดนตรีของวง C ASEAN Consonant เครือข่ายนักดนตรีอาเซียนที่มุ่งสร้างสรรค์งานดนตรีเพื่อประชาคมอาเซียนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการมีส่วนร่วมในคณะกรรมการและองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรมหลายแห่ง ทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค
ด้วยบทบาทในฐานะนักวิชาการ ศิลปิน และครู ได้สร้างอิทธิพลต่อวงการดนตรีไทยและอาเซียนอย่างลึกซึ้ง ผลงานมิได้มุ่งเพียงการสร้างสรรค์ทางศิลปะ หากยังเปิดพื้นที่ทางความคิด จุดประกายคำถาม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผ่านเสียงดนตรีในมิติที่กว้างไกลกว่านิยามดนตรีโดยทั่วไป
